[BR] รีวิวหูฟัง XANOVA Juturna-U หูฟังเกมมิ่งงบน้อยหอยสังข์ ปรับเบสได้ 3 ระดับ สำหรับคนชอบสบายๆ

รีวิวนี้ทางตัวแทนจำหน่ายส่งหูฟังมาให้รีวิว
• ได้หูฟังไปใช้งาน
• สินค้าทุกชิ้นที่ส่งมารีวิวที่ AomReviewer รับประกันว่าไม่มีการอวยแน่นอน ตรงไหนดีว่าดี ตรงไหนแย่ก็บอกหมด

ผู้ที่อยู่ในวงการคอมพิวเตอร์น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักกับการ์ดจอแบรนด์ Galaxy ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ตรงสี่แยกบางแสน พนักงานขายขาวจั๊ววววว เครื่องนี่อย่างแน่น ถรุยยย! คนละ Galaxy แฮ่! ก่อนที่แอดจะชวนแฟนเพจเปิดเมมเบอร์ เราวนๆกลับมาที่แบรนด์ Galaxy จริงๆกันก่อนครับ โดยแบรนด์นี้ผลิตการ์ดจอมายาวนาน สร้างชื่อเสียงด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งราคาที่ครอบคลุม ความแรงไม่เป็นรองใคร และหน้าตาหล่อเหลาสุดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งตระกูล “Hall of Fame” หรือ “HOF” การ์ดจอสายขาวที่คอร์คอมไม่มีใครไม่รู้จัก

ในที่สุด Galaxy ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อให้สั้นลงเหลือเพียง “GALAX” ตั้งแต่ปี 2014 จะได้จำกันง่ายๆ(แต่คนรุ่นผมก็ยังติดเรียก Galaxy อยู่ดี) จนกระทั่งปี 2018 เดาว่าทาง GALAX อาจจะเห็น Kingston ส่ง HyperX ลุยตลาดเกมมิ่งเกียร์แล้วดังเป็นพลุแตก เลยตัดสินใจลงมาเล่นตลาดเกมมิ่งเกียร์และทำตลาดโดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “XANOVA” มีตัวย่อสั้นๆคือ XA ซึ่งหูฟังรุ่นแรกที่เปิดตัวไปก็คือ Juturna ส่วนรุ่นที่แอดได้มารีวิวให้เพื่อนๆอ่านกันในวันนี้จะเป็นรุ่น Juturna-U โดยรุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นท๊อปสุดของค่าย XANOVA แล้ว สนนราคาเพียงสองพันเศษๆเท่านั้น(ยิ่งช่วงจัดโปรนะลดเหลือพันกว่า โหดขิงๆ) บอกเลยว่าเป็นหูฟังที่เหมาะกับคนที่ชอบอะไรสบายๆ ทั้งสบายกระเป๋า ใส่สบาย และโทนเสียงยังฟังสบายๆ(โทนเสียงออกสว่าง) สามารถจบได้ในตัว

XANOVA Juturna-U เป็นหูฟังชนิด Closed-Back มาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 40mm ความต้านทาน 32 โอห์ม สามารถขับเสียงได้ช่วงความถี่ 20-20,000 Hz และมาพร้อมกับ DAC ที่รองรับเสียง Virtual 7.1 ไม่ต้องไปหาซาวน์การ์ดเพิ่มครับ ตัวหูฟังสามารถนำไปใช้กับ DAC แยก หรืออุปกรณ์อื่นๆเช่น PS4, Nintendo Switch และมือถือต่างๆที่มีรูเสียบแจ็ค 3.5mm ส่วนน้ำหนักตัวอยู่ที่ 290 กรัม ค่อนข้างเบาเลยทีเดียว และที่สำคัญมันสามารถปรับเสียงเบสได้ถึง 3 ระดับ!


อุปกรณ์ที่มีมาในกล่อง
• หูฟัง XANOVA Juturna-U
• DAC XANOVA สำหรับต่อกับคอมพิวเตอร์
• สาย 3.5mm สำหรับต่อกับ DAC XANOVA ปลายสายเป็นไมค์โครโฟน
• สาย 3.5mm สำหรับต่อกับมือถือ, PS4, Nintendo Switch หรืออื่นๆ
• คู่มือ
• ถุงผ้าเล็กๆเอาไว้ใส่สาย ใส่ DAC ได้


ว่าด้วยเรื่องของวัสดุและงานประกอบ  
• เนื้องานเป็นพลาสติกทั้งชิ้น งานประกอบแน่นหนาครับ พ่นสีมาได้เรียบร้อยดี
• ที่ครอบหูเป็นหนังเทียมนุ่มมากๆ และที่รับน้ำหนักส่วนหัวก็เป็นหนังเทียมนุ่มนิ่มเช่นเดียวกัน
• ที่ปรับระดับหูฟังเป็นขาอลูมิเนียม
• สายสัญญาณและไมค์โครโฟนสามารถถอดได้ทั้งหมดครับ

สรุป : งานประกอบแน่นหนา งานออกแบบดูหรูหราดีครับ แต่ในส่วนของไมโครโฟนเวลาเสียบไปแล้วมันไม่มีตัวล๊อค ก็อาจจะหมุนไปหมุนมาได้บ้างถ้าแขนไปโดยสาย

ว่าด้วยเรื่องของการสวมใส่
• น้ำหนักเบาสวมใส่สบายดีมากครับ ถึงแม้ที่ครอบหูจะเป็นหนังแต่ก็ไม่ได้ร้อนอะไรมากมาย ส่วนนึงเป็นเพราะแรงบีบหูฟังที่น้อยมากๆ สามารถใส่ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ทั้งวันครับ แรงกดลงหัวก็น้อย และในส่วนที่ครอบหูสามารถปรับหมุนได้ค่อนข้างอิสระมาก เรื่องการสวมใส่แอดให้สามผ่านเลย

สรุป : ไม่มีข้อติสำหรับการสวมใส่




ว่าด้วยเรื่องของเสียง

หมายเหตุ : ก่อนที่ผมจะรีวิวเรื่องเสียง ผมเบิร์นมันด้วยไฟล์ Lossless ทั้งไทยและต่างประเทศ แทบทุกแนวเพลง ปนๆไปกับไฟล์ Hi-Res 24bit ด้วยระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 60 ชั่วโมง เปิดเสียงที่ระดับการฟังปกติ

ว่าด้วยเรื่องของการขับเสียง
• XANOVA Juturna-U ด้วยความที่มันมี DAC มาให้พร้อมจบในเซ็ต ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการขับเสียงแต่อย่างใด สามารถปรับเสียงได้ค่อนข้างดัง

คุณสมบัติพิเศษ
• XANOVA Juturna-U มาพร้อมกับปุ่มปรับระดับเสียงเบสเหมือนกับ Beyerdynamic CUSTOM GAME เลยครับ สามารถปรับได้ 3 ระดับ ทั้งหูซ้ายและหูขวา ทำให้ไม่เจอปัญหาเสียงไม่บาลานซ์แบบหูฟังบางตัว โดยรวมแล้วด้วยบุคลิกของหูฟังตัวนี้เนื้อเสียงออกโทนสว่างมากครับ ถ้าปรับไปที่ระดับ 1 เสียงเบสจะค่อนข้างเบามาก ส่วนตัวแอดต้องปรับไประดับ 3 สำหรับการฟังปกติอยู่ดีครับ

ว่าด้วยเรื่องของการฟังเพลง 

ข้อสังเกต : ขณะทดสอบผมเปิดระดับเบสที่ระดับ 3 คือสูงที่สุด

• ย่านเสียงต่ำ หูฟังตัวนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อคอร์เบสอย่างแน่นอนครับ เสียงเบสค่อนข้างมีมวลน้อย ออกจะเป็นแบคกราวน์เสียมากกว่า มีให้พอคุมจังหวะจะโคนของวงดนตรีได้ครับ

• ย่านเสียงกลาง เป็นเสียงกลางที่โปร่งและไม่อึดอัดในหัวครับ มวลเสียงอาจจะไม่แน่นนัก แต่จะเน้นไปในด้านรายละเอียดของเสียงซะมากกว่า ติดแห้งนิดๆ เป็นเสียงที่โปร่งๆสว่างๆ

• ย่านเสียงสูง ให้เสียงสูงที่ไม่คมจนเกินไป และไม่ทึบครับ เป็นจุดเด่นของหูฟังตัวนี้ ให้รายละเอียดเสียงที่ดีในระดับนึง

• เวทีเสียง ด้วยความที่อิมเมจของเสียงที่เกิดจากหูฟังตัวนี้จะค่อนข้างเล็ก ทำให้เวทีเสียงดูกว้าง และสามารถแยกชิ้นดนตรีจากกันได้ดีฟังแล้วไม่อึดอัดครับ ส่วนมิติเสียงถือว่าอยู่ในระดับหูฟังเริ่มต้น สามารถแยกออกได้แต่ไม่ได้ถึงขนาดหลุดหัวไปไกล

สรุป : เป็นหูฟังที่ให้เสียงโปร่งๆ ฟังสบาย เน้นให้รายละเอียดของเสียง โทนเสียงติดโทนสว่าง เด่นในเรื่องของเสียงสูง และเสียงกลางที่เน้นเผยรายละเอียด พวกตัว “ซ” ค่อนข้างชัด แต่ไม่ได้หวานนะครับ ยังติดแห้งไปบ้าง ส่วนย่านเบสนี่คงจะเหมาะกับคนที่ไม่ได้หลงไหลในเสียงเบสนะครับ เพราะว่ามีให้มาแค่พอจับต้องได้เท่านั้น

ว่าด้วยเรื่องของการดูหนัง
• ด้วยความที่เบสมีมาแบบพอจับต้องได้ ทำให้การดูหนังแอคชั่นระเบิดตูมตามนั้นได้ในระดับกลางๆฟังเรื่อยๆครับ
• เนื้อเสียงค่อนข้างคมติดแห้งนิดๆ ทำให้เสียงพูดชัดถ้อยชัดคำ และไม่จมไปกับเสียงบรรยากาศรอบข้าง
• เสียงบรรยากาศมีความโอบล้อม รายละเอียดเสียงระยิบระยับทำได้ดี เสียงการกระแทกของเหล็ก เสียงแตกของกระจกนั้นบาดใจเหลือเกิน
• ตัว DAC รองรับ Virtual 7.1 Surround ใช้งานจริงก็ช่วยทำให้เสียงโอบล้อมมากขึ้นครับ แต่เสียงก็จะแห้งและบางลงไปอีกหน่อย

สรุป : เป็นหูฟังที่ดูหนังได้ในระดับ so-so ข้อดีหลักๆคือฟังแล้วไม่อึดอัดในหัว มีการแยกเสียงต่างๆที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างชัดเจน ฟังง่าย ได้รายละเอียดครบ แต่อารมณ์ร่วมตอนดูหนังแอคชั่นนั้นยังรู้สึกว่าอยู่ในระดับฟังได้เรื่อยๆ ไม่ได้มีอิมแพคมากนัก

ว่าด้วยเรื่องของการเล่นเกม 
• แยกแยะทิศทางของเสียงได้สบายๆ สามารถจบในตัวได้ ทำงานคู่กับ DAC XANOVA ได้ดี ไม่ต้องไปหา DAC แพงๆมาต่อเพิ่มอีกครับ แนะนำว่าไม่ต้องเปิด 7.1 เวลาเล่นเกมนะครับผม

สรุป : เป็นหูฟังที่สามารถจบในตัวได้ในราคาของมัน ไม่ต้องไปหา DAC เพิ่ม สามารถใช้เล่นเกมได้สบายๆเลย

ว่าด้วยเรื่องของไมค์ 
• ไมค์เป็นแบบ Omnidirectiona คือดูดเสียงรอบด้าน โทนเสียงติดคมและแห้ง เนื้อเสียงเคลียชัด ปลายทางฟังสบาย ส่วนเรื่องการตัดเสียงรบกวนจากที่ทดสอบก็ถือว่าได้ในระดับนึงครับ

สรุป : เสียงชัดเคลีย ปลายทางได้ยินชัดเจน แต่ถ้าเปิดพัดลมเล่นเกมยังเอาเสียงพัดลมไม่ค่อยอยู่ครับ


สรุปส่งท้าย!
XANOVA Juturna-U เป็นหูฟังที่มาพร้อมกับราคาต่อประสิทธิภาพคุ้มค่าครับ ในรีวิวนี้หลายครั้งผมได้หยิบยืมคำพูดมากจากที่เคยรีวิว Creative BlasterX H6 เพราะว่าเนื้อเสียงและโทนเสียงมีความคล้ายกันพอสมควร แต่จะแตกต่างกันในเรื่องของความคมและความโปร่งที่ Juturna-U ดูจะซอร์ฟกว่าหน่อย จะเป็นแนวฟังได้เรื่อยๆไม่แสบหู คู่แข่งในตลาดก็คงจะเป็น BlasterX H6 นี่แหละครับที่ราคาไล่ๆกัน แต่ถ้าได้ซื้อช่วงโปรโมชั่น Juturna-U จะคุ้มมากๆ โดยส่วนตัวแล้วแอดติดใจในเรื่องการสวมใส่สบาย น้ำหนักเบาไม่หนักหัว แยกทิศทางเสียงได้ดี ถือว่าเป็นหูฟังอีกรุ่นในตลาดที่น่าสนใจครับผม สำหรับวันนี้สวัสดีคร้าบ

ถ้าชอบหรือถูกใจรีวิว ช่วยแชร์ด้วยนะครับผมขอบคุณคร้าบ ติดตามแฟนเพจได้ที่ AomReviewer

×