[BR] รีวิวเมาส์ Corsair Nightsword RGB อีกหนึ่งเมาส์เกมมิ่งตัวท๊อปที่ไม่เป็นสองรองใครในปฐพี

รีวิวนี้ได้รับการสนับสนุนเมาส์จากทางบริษัท Corsair ให้มาลองทดสอบ
• ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ แค่ต้องการรีวิวให้เพื่อนๆได้อ่านกันแบบเรียลๆ
• สินค้าทุกชิ้นที่ส่งมารีวิวที่ AomReviewer รับประกันไม่มีการอวยของแน่นอน ตรงไหนดีว่าดี ตรงไหนแย่ก็บอกหมด

เกริ่น

สมัยก่อนย้อนไปซักประมาณ 10-15 ปีที่แล้ว ในยุคที่เซ็นเซอร์เมาส์แบบออฟติคอลยังไม่ได้พัฒนามากนัก(ช่วงผลัดใบจากเมาส์ลูกกลิ้ง) เมาส์ราคาถูกหลักร้อยบาทสามารถใช้งานได้แค่เลื่อนเคอร์เซอร์ไปมาบนหน้าจอได้แบบหยาบๆ ครั้นจะมาทำงานเช่นแต่งภาพแบบจริงจัง วาดรูป หรืองานที่ต้องการความละเอียด ความคม เราก็จำเป็นจะต้องอัพไปรุ่นที่สูงหน่อย(ราคาตอนนั้นก็ตกราวๆพันสองพันเห็นจะได้) ต่อมาความสามารถของเซ็นเซอร์ก็พัฒนาให้ละเอียดขึ้นมาก เมาส์รุ่นท๊อปๆเลยเสริมด้วยการใช้เซ็นเซอร์แบบเลเซอร์ที่เราสามารถใช้งานบนพื้นผิวเช่นบนกระจกใสได้ หรือวัสดุสะท้อนแสงได้ ไม่เรื่องมากเรื่องแผ่นรองเมาส์ และต่อมาในยุคปัจจุบันเซ็นเซอร์แบบออฟติคอลได้ถูกพัฒนาจนก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องความละเอียดไปแล้ว แถมยังไม่ค่อยเรื่องมากเรื่องแผ่นรองเมาส์อีก แล้วเมาส์รุ่นท๊อปๆยังจำเป็นอยู่มั้ยในปัจจุบัน…ในเมื่อเมาส์ราคาพันกว่าบาทก็ใช้แข่ง E-Sport ได้ไม่ต่างจากเมาส์ราคาสองสามพันเลย

เมาส์รุ่นเทพรุ่นท๊อปในตลาด ผมตีซะว่าราคาเกิน 2,500 บาท ขึ้นไปก็แล้วกัน แอดมินเชื่อว่ามีเกมเมอร์คนไทยไม่กี่คนที่เคยลองสัมผัสและใช้งานจริงเนื่องจากคิดว่าเมาส์ราคาพันต้นๆก็เหลือแหล่แล้ว(ซึ่งมันก็จริงในส่วนนึง) อย่างที่บอกไปว่าเซ็นเซอร์เมาส์สมัยนี้มันคุณภาพสูงมากๆ รุ่นกลาง-รุ่นสูง เวลาใช้งานมันให้ความแม่นยำของเซ็นเซอร์ที่แทบจะหาความต่างไม่ได้… แต่ส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นมาอีกราวๆ 1,000-1,500 บาท เราได้อะไรจากเมาส์รุ่นท๊อปบ้าง… คำตอบก็คือนอกจากวัสดุที่ดีมากแล้ว เมาส์รุ่นท๊อปได้เปลี่ยนจุดขายมาเป็นการที่ให้เราสามารถปรับแต่งเมาส์ให้เข้ากับมือของเราที่สุดนั่นเอง เพื่อให้มันเป็นเมาส์ที่เกิดมาเพื่อฝ่ามือของเราจริงๆ และหนึ่งในนั้นก็คือเมาส์ Corsair Nightsword RGB ที่ผมได้รับมารีวิวในวันนี้


ว่าด้วยเรื่องสเปคของ Corsair Nightsword RGB

เมาส์ Corsair Nightsword RGB ถึงจะไม่ได้เป็นรุ่นท๊อปสุดของค่ายเรือใบสีฟ้า(เฮ่ย!นั่นมันแมนเชสเตอร์ซิตี้ ผ่ามมม) แต่ด้วยราคาเปิดตัวที่ 2,990 บาท ก็ต้องบอกว่าเมาส์ตัวนี้จัดอยู่ในกลุ่ม “ท๊อป” อย่างไม่ต้องสงสัย โดยอยู่เหนือกว่ารุ่น Corsair Iron Claw RGB ที่ผมเคยรีวิวที่แรกในไทยไปก่อนหน้านี้ซะอีก ซึ่งยอมรับตามตรงว่าบุคลิกและทรงของเมาส์ Corsair โดยส่วนใหญ่ออกแบบมาค่อนข้างสำหรับมือไซส์ยุโรป-อเมริกา หรือคนที่ชอบเมาส์ใหญ่ แต่สำหรับ Corsair Nightsword RGB ผมรู้สึกว่าเมาส์ตัวนี้คนเอเชียน่าจะชอบมันมากขึ้นมากๆ เพราะขนาดและสรีระที่ตบหัวตบท้ายลงมาให้เข้ากับมือผู้ชายเอเชียรูปร่างผอมที่สูงราวๆ 170 บวกลบ ได้เป็นอย่างดี และฟีเจอร์เด็ดสุดก็คือมันมาพร้อมลูกตุ้มเหล็กถ่วงน้ำหนักจำนวน 6 เม็ด แบ่งเป็นหนักมาก 3 เม็ด หนักน้อย 3 เม็ด เราสามารถเลือกให้น้ำหนักเทไปด้านหน้า หลัง ซ้าย ขวา แล้วแต่ชอบเลย

Corsair Nightsword RGB เป็นเมาส์ทรงมือขวา บอดี้มีสีดำล้วนสีเดียว มีช่องแสดงไฟ RGB กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ มีการเลือกใช้วัสดุที่เป็นยางพร้อมดอกยางกันลื่นเกินกว่า 70% ปกคลุมทั่วบริเวณส่วนบนของเมาส์ที่สัมผัสกับอุ้งมือเราและรวมไปถึงด้านข้างของเมาส์ทั้งสองข้างด้วย อีกจุดเด่นที่สำคัญก็คือบริเวณด้านซ้ายของเมาส์มีการออกแบบให้มีส่วนโค้งที่ยื่นออกมาเพื่อรองรับนิ้วโป้งช่วยเพิ่มความสบายในการใช้งาน(ส่วนตัวค่อนข้างชอบกับการออกแบบตรงนี้ เพราะรู้สึกว่ามันช่วยให้เราควบคุมเมาส์ได้ดีขึ้นครับ)

ในด้านเซ็นเซอร์นั้น Corsair Nightsword RGB มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ Pixart ตัวท๊อปอย่าง PMW3391 ความละเอียดสูงถึง 18,000 DPI Report Rate 1000Hz/500Hz/250Hz/125Hz มาพร้อมปุ่มที่สามารถตั้งมาโครได้ทั้งหมด 8 ปุ่ม และยังมี On-board Memory มาให้อีกถึง 3 โปรไฟล์ ในเรื่องความทนทานของปุ่มคลิกซ้ายและขวาการันตีแบรนด์ Omron สามารถกดได้ข้างละ 50 ล้านครั้งเป็นอย่างน้อย ส่วนสายสัญญาณเป็นสายถักความยาว 1.8 เมตร ตัวสายค่อนข้างแข็งไปนิดนึง แต่ก็แลกกับความทนทาน ส่วนน้ำหนักเมาส์เปล่าๆแบบไม่ถ่วงลูกตุ้มอยู่ที่ 119 กรัม น่าจะเป็นเมาส์ที่เหมาะกับสายคอนโทรลที่ดีตัวนึงเลย


อุปกรณ์ที่มีมาในกล่อง
• เมาส์ Corsair Nightsword RGB
• คู่มือการใช้งาน

ว่าด้วยเรื่องวัสดุและงานประกอบ
• งานประกอบแน่นหนาตามมาตรฐาน Corsair กดไปไม่มีกร๊อบแกร๊บแต่อย่างใด
• วัสดุเป็นพลาสติก มีส่วนที่หุ้มด้วยยางกันลื่นทั้งตัว ยกเว้นแค่ตรงบริเวณปุ่มคลิกซ้าย-ขวา
• สกอร์เมาส์ค่อนข้างใหญ่เลื่อนขึ้นลงลื่นไหลคล่องตัวดี มีการออกแบบดอกยางให้สัมผัสติดนิ้ว
• ตีนเมาส์ขนาดใหญ่และกินพื้นที่เยอะ เน้นในเรื่องความแม่นยำในการควบคุม
• สายสัญญาณหัว USB เป็นสายถักให้ความแข็งแรง แต่ค่อนข้างแข็งตัวไปนิด(หมายถึงสายนะไม่ใช่อย่างอื่น :D)

สรุป : งานประกอบดี เนื้อวัสดุที่ใช้ดีมาก ดอกยางรอบตัวช่วยให้หยิบจับติดมือ ปุ่มคลิกให้เสียงแน่นแบบสุภาพ



ว่าด้วยเรื่องหน้าตาของเมาส์
• ไปชมภาพ Corsair Nightsword RGB กันรัวๆครับ


ว่าด้วยเรื่องการควบคุมเมาส์

• ขนาดมือของผมอยู่ที่ 180(ยาว) x 100(กว้าง) มม. และผมถนัดจับเมาส์แบบ Palm Grip หรือแบบเต็มมือ
• ขนาดมือของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน อาจทำให้ความรู้สึกเวลาจับเมาส์แตกต่างกัน
• โดยส่วนใหญ่แล้วผมจะใช้ความละเอียดเมาส์ที่ 800 DPI

• เมาส์ Corsair Nightsword RGB เป็นเมาส์ทรงมือขวาเท่านั้น
• เมาส์มีความยาวและกว้างพอสมควรครับ จับแล้วเหมือนกำก้อนหินใหญ่ๆซักก้อนที่ออกแบบมาได้กระชับพอดีมือ เหมาะกับการจับแบบ Palm Grip เป็นที่สุด
• ตัวปุ่มคลิกซ้าย-ขวาไม่แข็งและไม่นิ่มเกินไป เล่นได้ทั้ง FPS และ MOBA ได้ยาวๆแบบสบายๆ เสียงคลิกสุภาพดี ดังนะแต่นุ่มนวล
• กริปยางใหญ่โตทั้งซ้ายและขวา รองรับส่วนของนิ้วโป้งได้ดี ยกสบัดหนึบติดมือ ส่วนนิ้วนางและนิ้วก้อย Corsair ออกแบบมาดีมากตรงที่ทำสโลปเล็กๆไว้บริเวณปุ่มคลิกขวา มันทำให้เราไม่รู้สึกว่าเมาส์เป็นสันเหลี่ยมหรือชันจนทำให้จับลำบากถึงแม้ตัวเมาส์จะกว้าง ตรงนี้ต้องยกนิ้วให้เลยครับ(นิ้วโป้งนะครับ :D)
• ปุ่ม Back/Forward ถูกวางตำแหน่งมาได้พอดี มีขนาดที่ใหญ่และกดง่าย นอกจากนี้ยังมีปุ่มตรงปลายนิ้วโป้งให้กดอีก 1 ปุ่ม เอาไว้ปรับตั้งค่า เช่นเราสามารถใช้โหมด Sniper(ปรับ DPI แบบเร่งด่วน)เวลาซูมสโคปปืนก็ได้ กดง่ายออกแบบตำแหน่งจัดวางมาได้ดี
• ปุ่มปรับ DPI 2 ปุ่ม บริเวณด้านข้างปุ่มคลิกซ้ายออกแบบมาให้กดง่าย(สามารถตั้ง Macro เพื่อปรับเป็นคีย์ลัดอื่นๆได้ด้วย) เราสามารถใช้ปุ่มคลิกซ้ายและสองปุ่มนี้แยกจากกันได้เด็ดขาด ไม่มีแบบนิ้วชี้ลั่นเผลอกดไปโดนแน่นอน เพราะพื้นที่ปุ่มคลิกซ้ายออกแบบมาใหญ่เหลือเฟือ ยกเว้นแต่สำหรับคนที่นิ้วใหญ่มากๆอาจจะต้องไปลองดูก่อนว่าเวลาคลิกซ้ายแล้วมันลั่นไปโดนบ้างหรือเปล่านะครับ
• มีไฟบอกระดับ DPI แบบ RGB เราสามารถเซ็ตสี และค่า DPI ได้จากโปรแกรม iCUE
• แผ่น Glide หรือตีนเมาส์นั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีมาให้ถึง 5 จุด ช่วยให้เราสามารถควบคุมเมาส์ได้ดีมากๆ

สรุป : Corsair Nightsword RGB เป็นเมาส์ที่ครบเครื่องในทุกมิติ จุดติเจอแค่อย่างเดียวคือสายแข็งไปนิด ถ้าเป็นไปได้หาเมาส์บันจี้มาช่วยยกสายขึ้นหน่อย บอกเลยว่า perfect


ในส่วนของโปรแกรม iCUE
• โปรแกรมนี้เอาไว้ตั้งค่าต่างๆให้กับเมาส์ครับ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสี RGB บนตัวเมาส์ การปรับตั้งค่า Macro การปรับแต่ง DPI และยังสามารถจูนแผ่นรองเมาส์ รวมไปถึงจูนน้ำหนักลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักได้อีกด้วย เรียกได้ว่าครบเครื่อง และเมื่อเซ็ตเสร็จแล้วก็สามารถเซฟลง on-board memory ได้ถึง 3 โปรไฟล์ครับ


เมื่อเปรียบเทียบกับเมาส์ Steelseries Rival 600 ที่ผมใช้อยู่

• สองตัวนี้เป็นคู่ชกที่สมน้ำสมเนื้อมากที่สุดแล้วครับ ด้วยราคาที่แทบจะเท่ากัน รวมถึงฟีเจอร์ลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักก็มีมาให้เหมือนกัน อันนี้พูดตรงๆแบบไม่อวยเลยว่าพอใช้ Corsair Nightsword RGB แล้ว ไม่อยากกลับไปใช้ Steelseries Rival 600 เลยครับ สาเหตุหลักก็คือตัว Corsair Nightsword RGB มันจับแล้วฟิตกว่า ยางกันลื่นและรูปทรงที่ออกแบบมาช่วยให้เรายกเมาส์สบัดได้ง่ายกว่ามาก ส่วนเรื่องอื่นๆเช่นคุณภาพเซ็นเซอร์ ความเฟิร์มของปุ่มคลิกขวา-ซ้าย ใช้งานจริงแล้วต่างกันน้อยมากครับ จุดตัดหลักๆคือ Corsair Nightsword RGB จับแล้วฟิตมือกว่านั่นเอง


สรุปส่งท้าย!
สรุปสั้นๆเลยว่าถ้าใครจะจัดเมาส์รุ่นท๊อปซักตัวแอดขอให้ไปลองจับ Corsair Nightsword RGB ดูก่อน ชอบไม่ชอบไม่ว่ากัน เพราะแอดใช้แล้วรู้สึกว่ามันเป็นช้อยที่ตัดทิ้งไม่ได้เลย(ส่วนตัวชอบที่สุดในเมาส์รุ่นท๊อปที่เคยผ่านมือมา) มันเป็นเมาส์ที่เกิดมาเพื่อสายคอนโทรลจริงๆครับ ใครถามหาความแม่นในการควบคุม เมาส์ตัวนี้ให้คุณได้แน่นอน

ถ้าชอบหรือถูกใจรีวิว ช่วยแชร์ด้วยนะครับผมขอบคุณคร้าบ ติดตามแฟนเพจได้ที่ AomReviewer

×