[BR] รีวิวหูฟัง Corsair HS35 ราคา 1,390.- เสียงแบบนี้…กดได้เลยไม่ต้องคิดเยอะ!

รีวิวนี้ได้รับการสนับสนุนเมาส์จากทางบริษัท Corsair ให้มาลองทดสอบ
• ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ แค่ต้องการรีวิวให้เพื่อนๆได้อ่านกันแบบเรียลๆ
• สินค้าทุกชิ้นที่ส่งมารีวิวที่ AomReviewer รับประกันไม่มีการอวยของแน่นอน ตรงไหนดีว่าดี ตรงไหนแย่ก็บอกหมด

เกริ่น

สารภาพกับท่านผู้อ่านก่อนเลยว่าหูฟังที่ผมได้รับมารีวิวในวันนี้ ตอนที่รีวิวก็ยังไม่ได้เปิดดูราคา เห็นหน้าตาหล่อเหลา งานประกอบดูดี วัสดุโดยรวมใช้ได้ ผมตีไปที่ราวๆ 2,500 บาท อัพ แต่ก็เกิดเอะใจขึ้นเพราะนึกขึ้นได้ว่าครั้งก่อนที่รีวิว HS50 มันไม่ถึงสองพันนี่นา เลยไปเปิดดูถึงกับอุทานว่า “เหxดดดดดเข้” ขออภัยที่พูดไม่ไพเราะ เพราะว่า Corsair ปักราคาไว้แค่ 1,390 บาท ยังไม่รวม code ลดสัพเพเหระจากพวกเว็บ Lazada Shopee บลาๆๆๆๆ ในใจวินาทีนั้นคือถ้าผมกำเงินไว้แค่ 1,400 ผมหวดได้เลยไม่ต้องคิดเยอะ

Corsair HS35 เป็นหูฟังแบบ Closed-Back มาพร้อมไดรเวอร์ neodymium ขนาด 50mm สามารถขับเสียงช่วงคลื่นความถี่ 20–20,000 Hz ค่าความต้านทานที่ 32 โอห์ม และ sensitivity ที่ระดับ 113 dB ตัวไมค์โครโฟนสามารถถอดออกได้ ไม่เกะกะเวลาสวมใส่ไปข้างนอก เป็นหูฟัง Stereo ทั่วไปสามารถขับเสียงออกง่าย ใช้งานได้กับทุกๆอุปกรณ์ที่มีช่องต่อ 3.5mm สามารถพาไปได้ทุกที่ โดยตัว Corsair HS35 ถือว่าเป็นน้องเล็กสุดในตระกูล HS มาพร้อมกัน 4 สีให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบ


อุปกรณ์ที่มีมาในกล่อง
• หูฟัง Corsair HS35
• ไมค์โครโฟนแบบถอดได้
• มาพร้อมสายสัญญาณยาว 1.8 เมตร หัวแจ๊ค 3.5mm ไม่สามารถถอดสายได้ และสาย Y สำหรับแยกสัญญาณหูฟังกับไมค์โครโฟนเพื่อต่อกับ DAC หรือซาวด์การ์ด
• คู่มือ


ว่าด้วยเรื่องของวัสดุและงานประกอบ
• เนื้องานเป็นพลาสติกซะส่วนใหญ่ โดยจะมีตัวก้านหูฟังที่เป็นโลหะ งานประกอบแข็งแรงดีเกินราคา
• ที่ครอบหูเป็นโฟมนุ่มที่ไม่นุ่มจนอ่อนยวบและไม่แข็งจนเกินไป หุ้มด้วยผ้าตาข่าย
• ที่คาดหัวหูฟังบุด้วยโฟมนุ่มหนามาก หุ้มด้วยผ้าเช่นกัน
• ไมค์โครโฟนถอดได้ สายไมค์ค่อนข้างอ่อน ดัดได้ง่าย
• ปุ่มปรับวอลุ่ม และเปิด/ปิดไมค์อยู่บนตัวหูฟังด้านซ้ายเยื้องไปข้างหลังเล็กน้อย วางตำแหน่งได้ดี ใช้การคลำเอาถือว่าค่อนข้างสะดวก

สรุป : งานประกอบแน่นหนาดีเกินราคา มีสีสันหลากหลาย งานดีไซน์เรียบหรู ใส่ได้หลายโอกาส

ว่าด้วยเรื่องของการสวมใส่
• จุดที่แตกต่างจากรุ่นพี่ของมันอย่าง HS50 ก็ดูจะเป็นในเรื่องของผิวสัมผัส ที่เปลี่ยนจากการใช้หนังมาเป็นผ้าตาข่ายแทน แน่นอนว่าสามารถลดความอบหูได้ดีกว่า ระบายอากาศได้ดีกว่า สามารถใช้งานติดต่อกันนานๆโดยไม่เจอปัญหาอะไร ในช่วงแรกตัวโฟมจะยังคงรูปอยู่อาจจะรู้สึกว่าไม่กระชับบ้าง แต่ถ้าใช้ต่อไปซักพักโฟมจะอ่อนลงและสวมใส่สบายขึ้นอีกมาก ในส่วนของที่ครอบหูสามารถปรับทิศทางขึ้นลงได้ แต่หมุนซ้ายขวาไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช้ปัญหาเท่าไรเพราะที่ครอบหูค่อนข้างใหญ่อยู่แล้ว

สรุป : โดยรวมแล้วใส่สบายมากครับ สามารถใช้งานติดต่อกันนานๆได้ไม่มีปัญหา แถมไม่ร้อนหูด้วย โฟมให้มาค่อนข้างหนาดีทีเดียว และตัวก้านหูฟังก็ไม่บีบหัวเท่าไร กระชับในระดับที่ไม่ให้หูฟังหล่นเวลาโยกหัวเบาๆ



ว่าด้วยเรื่องของเสียง

หมายเหตุ : ก่อนที่ผมจะรีวิวเรื่องเสียง ผมเบิร์นมันด้วยไฟล์ Lossless ทั้งไทยและต่างประเทศ แทบทุกแนวเพลง ปนๆไปกับไฟล์ Hi-Res 24bit ด้วยระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 100 ชั่วโมง เปิดเสียงที่ระดับการฟังปกติ

ว่าด้วยเรื่องของการขับเสียง
• Corsair HS35 ค่าความต้านทานอยู่ที่ 32 โอห์ม ที่ระดับ sensitivity 113 dB ผมใช้ DAC เป็นออนบอร์ด และ Sound BlasterX G5 สลับกัน ปรับความดังฟังปกติแค่ประมาณ 20-30 เวลาฟังเพลงผ่านโปรแกรม AIMP ส่วนดูหนังจะขยับขึ้นไปไม่เกิน 35-40 ที่ Low Gain อุปกรณ์พกพาทุกตัวสามารถขับเสียงออกได้หมดครับ

ว่าด้วยเรื่องของการฟังเพลง 

ข้อควรรู้ : บุคลิกเสียงของหูฟัง Corsair HS35 ยังคงสไตล์ซีรีย์ HS คือจะออกโทนอุ่นครับ เสียงหนา ฟังได้เรื่อยๆไม่บาดหู

• ย่านเสียงต่ำ เบสเป็นจุดเด่นของซีรีย์นี้มาโดยตลอด ไม่เว้นแม้แต่รุ่นเล็กสุดอย่าง Corsair HS35 ที่ยังคงมีมวลเบสที่ค่อนข้างชัดเจน และด้วยความที่ Corsair เลือกใช้ผ้าในการหุ้มตัวที่ครอบหูทำให้รู้สึกว่าเบสมันเคลียขึ้น สะอาดขึ้น แต่จะลงได้ลึกน้อยกว่า HS50 ส่วนตัวแอดชอบ HS35 มากกว่าหน่อยๆ เพราะรู้สึกถึงความบาลานซ์ของเสียง และไม่ไปกลบย่านอื่นมากนัก(แน่นอนว่าหูฟังระดับเริ่มต้นแบบนี้ จะเอาเคลียใสไร้การกลบย่านอื่นเลยคงเป็นไปไม่ได้) แต่เนื้อเสียงอะไรต่างๆนี่เกินราคามากๆครับ

• ย่านเสียงกลาง เสียงกลางต่ำมีความหนามีน้ำมีนวล ส่วนกลางค่อนไปสูงสามารถทำได้ดีกว่า HS50 ส่วนนึงคิดว่าเพราะมันไม่ได้ถูกย่านเบสมากลบเท่าเดิม เลยทำให้เผยเนื้อเสียงร้องออกมาได้ดีกว่า ตำแหน่งนักร้องอยู่หน้าเบสเล็กน้อย ถือว่าการเปลี่ยนไปใช้ที่ครอบหูแบบผ้าและโฟมที่หนาขึ้นทำให้เสียงเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ลดความหม่นลง ฟังสบายมากขึ้น

• ย่านเสียงสูง ยังเป็นสไตล์ตระกูล HS คือเป็นเสียงสูงที่ไม่ค่อยมีความระยิบระยับเท่าไร เก็บตัวไว แต่ได้ในเรื่องของการฟังสบายไม่มีบาดหูเลยแม้แต่น้อย

• เวทีเสียง ผลจากการเพิ่มความหนาของโฟมและเปลี่ยนไปใช้ผ้าหุ้มแทน ทำให้เวทีเสียงขยายตัวออกไปมากกว่ารุ่นพี่ ฟังแล้วไม่อุดอู้อยู่ในหัวทั้งหมด ช่วยให้สามารถแยกแยะรายละเอียดเสียงต่างๆได้ดี และดีเกินราคามากๆ

สรุป : เป็นหูฟังที่เด่นเรื่องเบส อาจจะมีไปแตะย่านอื่นบ้าง ส่วนเสียงกลางก็มีมวลที่ดีไพเราะชวนฟัง เสียงสูงโดนคัทเรื่องความคมและความระยิบระยับของเสียงออกไปพอสมควร เวทีเสียงที่จัดมาให้เกินราคา เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบหูฟังที่ overall ดีมากๆครับ

ว่าด้วยเรื่องของการดูหนัง
• อิมแพคมาเต็ม เสียงระเบิดกระหึ่ม สร้างความสนุกให้กับหนังแอคชั่นได้ดี
• การสร้างบรรยากาศโอบล้อมใช้ได้ครับ ไม่อึดอัด รายละเอียดสภาพแวดล้อมต่างๆอาจจะไม่ถึงกับได้ยินทุกอณู แต่ก็ถือว่าไม่ทำให้เสียอรรถรส เอาไปดูหนัง Netflix ได้สบายๆ ฮ่า
• เสียงบทพูดของตัวละครชัดเจนดี เด่นเด้งออกมา ไม่ได้จมไปกับบรรยากาศของหนัง

สรุป : การดูหนังทำได้ดีครับ ส่วนตัวแอดใช้เป็นหูฟังดูหนัง Netflix บน iPad ได้สบายๆเลย

ว่าด้วยเรื่องของการเล่นเกม 
• สามารถแยกแยะทิศทางเสียงได้โอเคเลยครับ สามารถฟังออกได้ว่าเสียงมาจากทิศไหน ด้านหลังหรือด้านหน้า ถึงแม้ต้นกำเนิดเสียงอาจไม่ได้ไกลจากหัวเรามาก แต่ระดับนี้ก็เล่นเกมได้สบายๆแล้วครับ จากการลองเล่น PUBG แยกเสียงได้ชัดเจน เสียงไม่ค่อยคมจนบาดหู เสียงเท้าชัดระดับนึง ถ้าได้ DAC ดีๆหน่อยเช่น BlasterX G1 ก็สามารถบูสพวกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆขึ้นมาได้อีก

สรุป : เหมาะกับเกมเมอร์ระดับเริ่มต้น สามารถบ่งบอกทิศทางของเสียงได้แม่นยำ ความต่อเนื่องของเสียงจากด้านหลังมาด้านหน้าทำได้ดีพอสมควร

ว่าด้วยเรื่องของไมค์ 
• ไมค์รับเสียงได้ที่ความถี่ 100–10,000 Hz ไม่ต่างกับของตัว HS50 เป็นไมค์ที่ดูดเสียงทุกสรรพสิ่งในโลกนี้และโลกหน้าเข้ามาครับ 5555+ โดยเฉพาะเสียงลมพึบพับๆ เสียงพัดลม มันกันอะไรไม่ได้เลย ผมขอเสนอให้เพื่อนๆไปหาฟองน้ำหุ้มไมค์ห้องประชุมมาสวมครับ เท่านี้จบเลย เสียงลมพึบพับไม่มีอีกต่อไป ส่วนเนื้อเสียงฟังได้ชัดเจนอยู่ครับไม่มีปัญหา

สรุป : เสียงไมค์ชัดเจน แต่ต้องไปหาฟองน้ำกันลมพวกฟองน้ำหุ้มไมค์ห้องประชุมมาใส่ซักหน่อยนะครับไม่อย่างนั้นเสียงจะพึบพับๆ

 


สรุปส่งท้าย!
Corsair HS35 เป็นหูฟังที่บ้ามากกับราคา 1,390 บาท คุณภาพเนื้อเสียงสามารถเอาไปใช้งานเอนเตอร์เทนเมนท์ต่างๆได้สบาย แอดใช้ทั้งดูหนัง Netflix หรือเล่นเกมบน Nintendo Switch ก็ใช้งานได้ดีมาก เล่นเกมในคอมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สามารถแยกทิศทางเสียงได้ดีระดับนึงเลย(ขึ้นอยู่กับ DAC หรือออนบอร์ดด้วยนะครับเรื่องแยกเสียงเนี่ย) จุดติข้อเดียวที่เจอก็คือไมค์ไม่ตัดเสียงอะไรทั้งสิ้นซึ่งก็สามารถแกไขได้ในราคา 10 บาท  ส่วนตัวแอดชอบ HS35 มากกว่า HS50 ในเรื่องของเสียงนะครับ เพราะว่ามันค่อนข้าง overall คือไม่ได้เด่นด้านใดด้านนึงที่สุด แต่พอฟังรวมๆแล้วมันโอเคมากกับราคาแค่นี้ การเสริมโฟมและเปลี่ยนไปใช้ผ้ามาหุ้มแทนหนังน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปคนละเรื่องละครับ ส่วนใครที่ชอบเบสหนักๆ เอาเบสไว้ก่อน เน้นตูมๆตามๆ ตัดเสียงรอบข้างได้ดีหน่อยก็ขยับไป HS50 เพราะแน่นอนว่าครอบหูแบบผ้ามันไม่ค่อยตัดเสียงจากภายนอกเท่าไรนะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับผม

ถ้าชอบหรือถูกใจรีวิว ช่วยแชร์ด้วยนะครับผมขอบคุณคร้าบ ติดตามแฟนเพจได้ที่ AomReviewer

×